วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

หางไหลขาว




กลุ่มสมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

หางไหลขาว



ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Derris malaccensis  Prain

วงศ์ :   LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAE

ชื่ออื่น :  ยานาเละ (มลายู-นราธิวาส)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้เถาขนาดกลางถึงใหญ่ ใบประกอบรูปหอก ปลายกว้างแหลม โคนสอบแคบใบย่อยราว 7 ใบ ใบอ่อนสีเหลืองอ่อนออกเขียว ใบแก่สีเขียว ดอกเล็กสีชมพูเป็นช่อฝักแบนไม่ยาวนัก มียางขาวขัน พบตามรินน้ำลำธาร ป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณทั่วไป ในเขตวนอุทยานถ้ำเพชร ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
ส่วนที่ใช้ :  ราก

สรรพคุณ :

ยางจากราก
- ฆ่าแมลงตัวหนอนที่เกาะกินผัก เบื่อปลา
- รสเอียนเล็กน้อย ถ่ายเส้นเอ็น (ทำให้เส้นอ่อน)
- ถ่ายผายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต
- ใช้ปรุงเป็นยาขับระดู แก้ระดูเป็นลิ่มเป็นก้อนเน่าเหม็น
- ใช้ผสมกับสบู่และน้ำสำหรับฆ่าสัตว์ เช่น หิดและเหาได้ดี

วิธีใช้ : ใช้รากทุบๆ ผสมน้ำ พอขุ่นขาว รดผัก ตามสวนผัก ฆ่าแมลงและตัวหนอน

ขอขอบคุณ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_4.htm

หางไหลแดง



กลุ่มสมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

หางไหลแดง



ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Derris elliptica  (Roxb.) Benth.

ชื่อสามัญ :  Tuba root, Derris

วงศ์ :  LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAE

ชื่ออื่น :  กะลำเพาะ (เพชรบุรี) เครือไหลน้ำ, ไหลน้ำ (ภาคเหนือ) โพตะโกส้า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , อวดน้ำ (สุราษฎร์ธานี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้เถาเนื้อแข็ง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ยาว 22.5-37.5 ซม. ใบย่อย 9-13 ใบ รูปขอบขนานถึงรูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 7.5-15 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม หลังใบเกลี้ยงท้องใบมีขน ดอกช่อกระจะ ยาว 22.5-30 ซม. มีขนสั้นหนานุ่ม กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 6 มม. เชื่อมติดกันเป็นรูประฆังมีขน กลีบดอกรูปดอกถั่ว สีชมพู หายากที่เป็นสีขาว ยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบล่างรูปโล่ เกสรตัวผู้เชื่อมติดกันเป็นมัดเดียว รังไข่มีขนอุย ฝักรุปขอบขนานถึงรูปใบหอก กว้าง 2 ซม. ยาว 3.5-8.5 ซม. ตะเข็บบนแผ่เป็นปีก มีเมล็ด 1-4 เมล็ด
ส่วนที่ใช้ :  เถาสด แห้ง หรือราก ต้น

สรรพคุณ :

ยารักษาเหา หิด

ยาสำหรับใช้เบื่อปลา ฆ่าแมลง ไล่แมลง

ขับระดูสตรีและบำรุงโลหิต เป็นยาถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต

วิธีและปริมาณที่ใช้:

รักษาเหา หิด
ใช้เถาสดยาว 2-3 นิ้วฟุต ตำให้ละเอียดผสมน้ำมันพืช ชะโลมบนเส้นผมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จึงสระให้สะอาด ควรสระติดต่อกัน 2-3 วัน ให้สะอาดจริงๆ

ยาฆ่าแมลง เบื่อปลา
ใช้เถาแก่สด แห้ง หรือจะใช้รากก็ได้ (จำนวนที่ใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่และแมลง) ทุบให้แตกมากๆ แช่ลงในน้ำ น้ำจะขาวเช่นน้ำซาวข้าว ใช้น้ำนั้น
- ฆ่าแมลง (ซึ่งปลอดภัยต่อผู้ใช้)
- เบื่อปลา (ปลาที่เบื่อโดยวิธีนี้ใช้เป็นอาหารได้)
หมายเหตุ : เนื่องจากสารพิษที่อยู่ในหางไหลนั้น ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่นเช่นคน จึงใช้ได้ดี ทั้งสารนี้สลายตัวได้ง่าย  ไม่ติดค้างอยู่บนพืชผัก เหมือนสารสังเคราะห์พวก ดี.ดี.ที.

ใช้ผสมกับยาอื่นๆ เป็นยาขับระดูสตรี
ทางจังหวัดสุโขทัย ใช้เถาหางไหลแดงตากแห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ดองสุรารับประทานเป็นยาขับและบำรุงโลหิต เป็นยาถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต


ขอขอบคุณ : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_3.htm

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

ยูคาลิป



กลุ่มสมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

ยูคาลิป



ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Eucalyptus globulus  Labill. (Eucalyptus citriodora Hook.)

ชื่อสามัญ :   Eucalyptus

วงศ์ :  MYRTACEAE

ชื่ออื่น :  โกฐจุฬารส น้ำมันเขียว มันเขียว

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ ค่อนข้างกลม ลำต้นเปลาตรง เปลือก เปลือกหุ้มลำต้น มีลักษณะเรียบเป็นมัน มีสีเทาสลับสีขาวและน้ำตาลแดงเป็นบางแห่ง เปลือกนอกจะแตกร่อนเป็นแผ่นหลุดออกจากผิวของลำต้น
เมื่อแห้งจะลอกออกได้ง่ายในขณะสด ใบ ใบเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) เรียงสลับ เป็นรูปหอกยาว 3-12 นิ้ว กว้าง 0.5-0.8 นิ้ว ก้านใบยาว ใบสีเขียวอ่อนหม่นๆ ทั้งสองด้าน ใบห้อยลง เส้นใบมองเห็นได้ชัด ดอก ดอกออกเป็นช่อ ตามข้อต่อระหว่างกิ่งกับใบ มีก้านดอกเรียวยาว มีก้านย่อยแยกไปอีก ออกดอกเกือบตลอดปี ผล ผลมีลักษณะครึ่งวงกลมหรือรูปถ้วย ผิวนอกแข็ง
เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ เมื่อผลแก่ปลายผลจะแยกออก

ส่วนที่ใช้ : ใบสด น้ำมันที่กลั่นได้จากใบสด

สรรพคุณ :

เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ บรรเทาอาการข้ออักเสบ

ไล่ หรือ ฆ่ายุง แมลง

วิธีและปริมาณที่ใช้

เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ
ใช้น้ำมันที่กลั่นได้จากใบสด 0.5 มิลลิลิตร (8 หยด) รับประทาน หรือทำยาอม

ไล่หรือฆ่ายุง  แมลง
ใช้ใบสด 1 กำมือ ขยี้ กลิ่นน้ำมันจะออกมาช่วยไล่ยุงและแมลง

ขอขอบคุณ :  http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_2.htm

ข้อควรระวัง : อย่าใช้เกินขนาด จะระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร เมื่อใช้เป็นยาภายใน 

มหาหงส์



กลุ่มสมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

มหาหงส์



ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Hedychium coronarium  J.KÖnig


ชื่อสามัญ :  Butterfly lily, Garland flower, Ginger lily, White ginger


วงศ์ :   ZINGIBERACEAE


ชื่ออื่น :  กระทายเหิน, มหาหงส์ หางหงส์ (ภาคกลาง) ตาห่าน เหินแก้ว เหินคำ (แม่ฮ่องสอน)


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้หัวล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ชูกาบใบพ้นดินเป็นเหมือนลำต้น เรียกว่าลำต้นเทียม สูง 1-2 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับตรงข้ามกันเป็นระเบียบในแนวเดียวกัน เส้นใบขนานกัน ใบมีขนาด 4-9 x 25-60 ซม. สีเขียวสด ดอก ออกที่ปลายยอด เป็นช่อๆ ละ 3-6 ดอก แต่ละดอกมี 3 กลีบ ด้านบน 1 กลีบ เป็นกลีบใหญ่ ปลายกลีบเว้าลงเป็นรูปตัววี  ด้านล่างเป็นกลีบเล็ก 2 กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 10 ซม. มีเกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน อีก 3 อันไม่สมบูรณ์ กลีบดอกสีขาว หรือขาวแกมเหลือง ดอกจะทยอยบานจากด้านล่างขึ้นด้านบน ผล รูปทรงกระบอก สีส้มแดง เมล็ด สีน้ำตาลแดง


ส่วนที่ใช้ :  หัว เหง้าสด น้ำมันหอมระเหย

สรรพคุณ :

เป็นยาแก้กระษัย บำรุงกำลัง บำรุงไต

มีฤทธิ์ ฆ่าแมลงได้

วิธีและปริมาณที่ใช้

เป็นยาแก้กษัย บำรุงกำลัง บำรุงไต
ใช้หัว ตากแห้ง บดละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนรับประทาน

มีฤทธิ์ค่าแมลงได้
เหง้าสดจำนวนพอควร นำมาทุบๆ แล้วสกัดให้ได้น้ำมันหอมระเหยออกมา เรียกน้ำมันมหาหงส์ ใช้ฆ่าแมลงได้


วิธีใช้ : นำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้หอมทาตามตัว ไล่แมลง ยุง

สารเคมี น้ำมันหอมระเหย มี 0.4-0.9% ประกอบด้วย geraniol 57.6-61.1%  Citronellal  7.7-14.2%  eugenol, camphor, methyl eugenol.


ขอขอบคุณ   http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_1.htm

ตะไคร้หอม



กลุ่มสมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

ตะไคร้หอม




ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Cymbopogon nardus Rendle

ชื่อสามัญ :   Citronella grass

วงศ์ :   GRAMINEAE

ชื่ออื่น :  จะไคมะขูด ตะไครมะขูด (ภาคเหนือ) ตะไคร้แดง (นครศรีธรรมราช)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมาก กาบใบของตะไคร้หอมมีสีเขียวปนม่วงแดง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น  ใบ เดี่ยวเรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม  (ตะไคร้หอมใบยาวและนิ่มกว่าตะไคร้ธรรมดาเล็กน้อย ทำให้ปลายห้อยลงปรกดินกว่า)  ดอก ช่อ สีน้ำตาลแดง แทงออกจากกลางต้น ออกดอกยาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก

ส่วนที่ใช้ :  ต้น ใบสด น้ำมันของต้นตะไคร้หอม

สรรพคุณ :

น้ำมันสะกัดตะไคร้หอม
-  ปรุงกับน้ำหอมทาตัวป้องกันยุงกัด
-  ใส่กระบอกสูบผสมกับน้ำมันอื่นฉีดไล่ยุงได้ดีมาก

ทั้งต้น
-ใช้ตะไคร้หอม 4-5 ต้น นำมาทั้งต้น ทุบๆ วางทิ้งไว้ในห้องมืดๆ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา ยุง แมลงจะหนีหมด

ประโยชน์ทางยา

แก้ริดสีดวงในปาก (คือปากแตกระแหงเป็นแผลในปาก)

ปรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ และแก้แน่นได้ด้วย

สตรีมีครรภ์รับประทานให้ตกลูกหรือทำลายโลหิตให้ด้วย (ทำให้แท้ง) คือมีอำนาจในทางบีบรัดมดลูกได้ดีด้วย

ขอขอบคุณ:    http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25.htm

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ว่านมหากาฬ



กลุ่มยารักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน



ว่านมหากาฬ




ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Gynura pseudochina  (L.) DC.


วงศ์ :  Asteraceae  (Compositae)


ชื่ออื่น :  ดาวเรือง (ภาคกลาง)


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก มีรากขนาดใหญ่ ลำต้นอวบน้ำ ทอดเลื้อยยาว ชูยอดตั้งขึ้น ใบ เดี่ยว ขอบใบหยัก หลังใบสีม่วงเข้ม ท้องใบสีเขียวแกมเทา ดอก ช่อ ออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว กลีบดอกสีเหลืองทอง ผล เป็นผลแห้ง ไม่แตก


ส่วนที่ใช้ :  หัว ใบสด


สรรพคุณ :

หัว
-  รับประทานแก้พิษอักเสบ ดับพิษกาฬ พิษร้อน
-  แก้ไข้พิษเซื่องซึม แก้เริม

ใบสด
-  ขับระดู
-  ตำพอกฝี หรือหัวละมะลอก งูสวัด เริม ทำให้เย็น ถอนพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน


วิธีและปริมาณที่ใช้
          ใช้ใบสด 5-6 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด ตำในภาชนะทีสะอาด ใส่พิมเสนเล็กน้อย
          ใช้ใบสด 5-6 ใบ โขลกผสมกับสุรา ใช้น้ำทา และพอกบริเวณที่เป็นด้วยก็ได้
ข้อสังเกต - ในการใช้ว่านมหากาฬรักษาเริม และงูสวัด เมื่อหายแล้ว มีการกลับเป็นใหม่น้อยกว่าเมื่อใช้เหล้าขาว


ขอขอบคุณ  :  http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_02_10.htm

มะยม




กลุ่มยารักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน


มะยม



ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Phyllanthus acidus  (L.) Skeels


ชื่อสามัญ :   Star Gooseberry


วงศ์ :   Euphorbiaceae


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 3 – 10 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณปลายยอด กิ่งก้านจะเปราะและแตกง่าย เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาล ใบ เป็นใบรวม มีใบย่อยออกเรียงแบบสลับกันเป็น 2 แถว แต่ละก้านมีใบย่อย 20 – 30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้ำตาลเรื่อๆ ผล เมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ด


ส่วนที่ใช้ :  ใบตัวผู้ ผลตัวเมีย รากตัวผู้


สรรพคุณ :

ใบตัวผู้  -   แก้พิษคัน แก้พิษไข้หัว เหือด หัด สุกใส ดำแดง ปรุงในยาเขียว และใช้เป็นอาหารได้

ผลตัวเมีย  - ใช้เป็นอาหารรับประทาน

รากตัวผู้  -  แก้ไข้ แก้โรคผิวหนัง แก้ประดง แก้เม็ดผื่นคัน ขับน้ำเหลืองให้แห้ง


วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้ใบตัวผู้ หรือรากตัวผู้ ต้มน้ำดื่ม


สารเคมี

ผล  มี tannin, dextrose, levulose, sucrose, vitamin C

ราก  มี beta-amyrin, phyllanthol, tannin saponin, gallic acid

ขอขอบคุณ :   http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_02_9.htm